ต้องการแจกหรือนัดรับบัวหิมะ คลิกที่นี่ ค่ะ 

สอบถามพูดคุยเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับบัวหิมะ คลิกที่นี่ค่ะ

วิธีการเลี้ยงบัวหิมะ คลิกที่นี่ค่ะ

 

___________________________________________

 

  หน้าหลัก / Main Page

 

ที่ผ่านมาเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับสรรพคุณของ บัวหิมะ(Kefir) มีออกมาให้เราได้อ่านกันมากพอสมควร เท่าที่อ่านดูก็มีสรรพคุณมากมายเลิศเลอหากไม่พิจารณาข้อมูลให้ดี โดยเชื่อเรื่องราวที่อ่านทั้งหมด ก็จะมองว่ามันคือสุดยอดแห่งสิ่งมีชีวิตที่จัดการปัญหาสุขภาพต่างๆได้ทั้งหมด (เคยอ่านเจอเหมือนกันว่าเจ็บอะไร ป่วยอะไรก็พึ่งบัวหิมะหมดเลย)

เราเขียน Blog นี้ขึ้นมาไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อโจมตีใคร เพราะข้อมูลที่หาอ่านจากInternet เป็นจุดเริ่มต้นที่มีประโยชน์มาก เราก็ใช้ข้อมูลเหล่านี้เหมือนกันแต่ว่าเลือกมาใช้ตามจุดที่เราสนใจเท่านั้นอะไรที่ดูมันจะเสี่ยงต่อการนำไปใช้ก็จะไม่ได้ทำตามหรอก  

หลังจากที่เราได้แจกจ่าย บัวหิมะ(Kefir) ไปก็มีเมล์เข้ามาถามไถ่แลกเปลี่ยนทั้งวิธีการเลี้ยง ให้อาหารอย่างไร เอาไปใช้อะไรบ้าง หลายคนกลับมาเล่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ว่าเอาไปใช้อะไรกับตนเอง ได้ผลต่อสุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง

ซึ่งเราเห็นว่านี่เป็นประสบการณ์ตรงที่มีการนำบัวหิมะไปใช้งานตามจุดประสงค์ของคนรักสุขภาพจริงๆ และส่วนมากเป็นเรื่องราวที่มีประโยชน์มาก และเป็นเรื่องราวที่หาอ่านได้ยากมาก เพราะเรื่องที่ได้อ่านมาส่วนมากจะเป็นเพียงการบอกกล่าวว่ามันทำอะไรได้บ้าง แต่นี่เป็นข้อมูลของที่ผู้นำไปใช้กลับแล้วมาบอกเล่าเรื่องราวว่า ใช้แล้วได้ผลอย่างไร จะได้เป็นข้อมูลช่วยการตัดสินใจในการจะเลี้ยง และ นำมันไปใช้กับสุขภาพของตนเอง

สำหรับเราแล้วได้บัวหิมะมาเมื่อ สงกรานต์ปีที่แล้ว (ปี 2551) ตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบปี การนำไปใช้งานเราก็...

1.    ดื่มโยเกิตเพียวๆไม่ได้ผสมอะไรทั้งสิ้น สิ่งที่พบคือระบบขับถ่ายดีมาก

2.    เอาโยเกิตที่ได้มาพอกหน้าทิ้งไว้จนแห้งแล้วล้างออก ผิวหน้าที่เป็นหลุมลึกตอนนี้หายไปแทบหมดแล้ว รูขุมขนก็แคบลง ผิวหน้าก็สดใสริ้วรอยหายไปอย่างเห็นได้ชัด

3.    เอาโยเกิตมาพอกตามร่างกาย สิ่งทีได้จะเหมือนการพอกหน้าและเห็นได้ชัดเจนมาก

4.    ผดผื่นคันตามร่างกาย เช่น เจอฝุ่น หรืออากาศเปลี่ยน หรือออกไปเจอแดดร้อนๆเหงื่อเหนียวๆเหนอะๆ ก็จะคันเป็นผดเล็กๆใต้ผิวหนัง (เวลาลูบดูจะรู้สึกเลยว่าเป็นเม็ดเล็กๆอยู่ที่ใต้ผิวหนัง)  ซึ่งใครเป็นภูมิแพ้แบบนี้จะรู้ดีว่ายิ่งเกายิ่งคัน และยิ่งเกาก็ยิ่งมันจนเห่อไปทั้งตัว หลังจากที่ได้ทาโยเกิตที่ได้จากบัวหิมะ และทิ้งไว้จนแห้ง อาการก็หายไปและแผลถลอกจากการเกาก็แห้งด้วยทำให้แผลหายไว

 

*** ส่วนคำถามที่ถูกถามมาบ่อยๆมากคือ ***

1.    ต้องกินกี่วันเว้นกี่วัน ตรงนี้เรากินทุกวันไม่ได้เว้นอะไร

2.    ล้างบัวหิมะไหม และทุกๆกี่วัน เราก็ไม่ได้ล้างเลย ยกเว้นนานไปสีมันเหลืองมาก ก็กลัวเหมือนกันว่าจะไม่ดีต่อสุขภาพก็ล้างสักทีเท่านั้นเอง

3.    หากมีมากๆจนเลี้ยงไม่ไหวทำไงดี แนะนำให้แจกจ่ายหรือหากหาคนมารับไม่ได้ก็เราก็แช่แข็งเคยแช่นานเป็นเดือนเลยกลัวว่าจะตายเลยเอาออกมาให้นมดูมันก็โตปรกตินะ (ส่วนมากพอประกาศว่าจะแจกก็เรียกมารับไม่ทัน และ ไม่พอเสียด้วยซ้ำไป ทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่าหาคนแจกยากมาก)

 

สิ่งที่เราอยากเห็นในกลุ่มคนใช้บัวหิมะก็คือ

  • อยากให้มีการแจกจ่ายไปเรื่อยๆ ใครมีมากก็แจกมากใครมีน้อยก็แจกน้อย แจกตามความสามารถของตัวเอง เพราะกว่าเราจะได้มาก็หาเป็นปีเหมือนกัน หลายคนไม่รู้จะหาคนแจกที่ไหน ก็มาเจอกันที่นี่แหละ
  • อยากมี blog สื่อกลางในการให้ความรู้ในการเลี้ยง แต่ละคนเลี้ยงอย่างไรใช้อะไรเลี้ยงได้ผลเป็นอย่างไรมาเล่าสู่กันฟังบ้างใครสงสัยก็ถามมาตอบไปตามความรู้หรือประสบการณ์ที่แต่ละคน
  • อยากให้เพื่อนๆ มาเล่าสู่กันฟังว่าเอาไปใช้อะไรบ้างและได้ผลเป็นอย่างไร แม้กระทั่งข่าวเขาเล่าว่าหากน่าสนใจก็นำมาเล่าสู่กันฟังเพื่อนเป็นข้อมูลความรู้
  • การนำเอาไปแปรรูป เช่น มีหลายคนนำไปแปรรูปเป็นครีมอาบน้ำ หากใครมีเรื่องเหล่านี้ก็นำมาเล่าบอกกล่าวกันบ้าง

 

 

         จากที่เล่ามาเป็นเรื่องราวจากประสบการณ์จริงของเราต่อไปนี้เราก็อยากรู้จากมุมของเพื่อนๆบ้าง หากเรื่องราวไปกระทบความรู้สึกหรือขัดแย้งกับข้อมูลบางคน และทำให้ไม่พอใจก็ขอโทษมา ณ ที่นี้เลย เพราะเราไม่ได้มีอคติใดๆแต่เขียนมาเพื่ออยากแชร์ข้อมูลและอีกทางก็อยากรับข้อมูลต่างๆจากเพื่อนๆด้วยเหมือนกัน

 

 



Comment

Comment:

Tweet

ยินดีด้วยค่ะคุณฝน

#1056 By kefir-thailand on 2009-12-12 23:06

หามานานค่ะสนใจอยากได้มากๆ แต่อยุ