ต้องการแจกหรือนัดรับบัวหิมะ คลิกที่นี่ ค่ะ
สอบถามพูดคุยเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับบัวหิมะ คลิกที่นี่ค่ะ
วิธีการเลี้ยงบัวหิมะ คลิกที่นี่ค่ะ
___________________________________________
เรื่องราวของบัวหิมะน่าสนใจมาก เปิ้ลได้มาจาก http://www.krualisara.com/toy3.htm ขอนำมาใส่เป็นข้อมูลให้อ่านกันข้างล่างค่ะ
:: ปฎิบัติโครงงาน ::
การผลิตโยเกิร์ตจากเชื้อคีเฟอร์
บทที่ 1
บทนำ
ความสำคัญและความเป็นมา
ปัจจุบันคนเราหันมาใส่ใจเรื่องของ สุขภาพ กันมากขึ้น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จึงเป็นสิ่งสำคัญของทุกคน โยเกิร์ต คือ 1 ในอาหารที่คนนิยมรับประทาน เนื่องจาก โยเกิร์ต เป็นอาหารที่ดีต่อ สุขภาพ แถมยังช่วยทำให้คนเราอายุยืนอีกด้วยโยเกิร์ตทำมาจากนมที่หมักโดยการเติมเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดี ที่จัดอยู่ในจำพวก "โพรไบโอติก" ซึ่งจะเปลี่ยนน้ำตาลนม(แลคโตส) เป็นกรดแลคติก นมจึงเปลี่ยนสภาพเป็นกึ่งเหลวกึ่งข้น มีรสเปรี้ยวคล้ายนมบูด การกินโยเกิร์ตมีส่วนช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ชนิดดีให้ระบบลำไส้ได้
ยังไม่นับกับกรรมวิธีดูแลผิวพรรณและเส้นผมอีกหลากหลายสูตรซึ่งมักจะนำโยเกิร์ตเข้าไปเป็นส่วนผสมสำคัญ จากประโยชน์สารพัดอย่างของโยเกิร์ต ผู้ที่เอาใจใส่ต่อสุขภาพก็มักจะมีโยเกิร์ตติดบ้านไว้เสมอ
ดังนั้นทางกลุ่มจึงคิดที่จะทำโยเกิร์ตเพื่อมีไว้ใช้ในบ้านโดยไม่สิ้นเปลืองเงิน เพราะราคาโยเกิร์ตตามท้องตลาดในปัจจุบันอยู่ราวๆกระป๋องละ 12-15 บาท ทางกลุ่มจึงศึกษาวิธีการทำโยเกิร์ตจากเอกสาร หนังสือ ตำรา วารสาร และอินเตอร์เน็ต พอสรุปได้ว่าโยเกิร์ตสามารถทำขึ้นใช้เองได้ และทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่สะดวกและน่าสนใจวิธีหนึ่งคือการทำโยเกิร์ตจากเชื้อบัวหิมะธิเบต หรือ คีเฟอร์ ( Kefir ) ซึ่งเป็นพืชตระกูลเดียวกับ “ เห็ด ” และ “ ยีสต์ ” นมหรือโยเกิร์ตที่ได้จากการเพาะเลี้ยงบัวหิมะนี้ จะมีรสและกลิ่นเปรี้ยว ซึ่งไม่ใช่นมบูด แต่มีกระบวนการย่อยสลายเหมือนกับการบูดของอาหาร ต่างกันที่จุลินทรีย์ที่ใช้หมักบัวหิมะนี้ เป็นจุลินทรีย์ที่ดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย กินแล้วไม่ท้องเสีย อีกทั้งยังสามารถนำมาพอกผิวหน้าทำให้ผิวนุ่มขึ้น
ดังนั้นทางกลุ่มจึงคิดว่าควรศึกษาการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์ว่าจะมีการเจริญเติบโตได้ในสภาวะแบบใด ทำอย่างไรจึงจะสามารถขยายให้มีปริมาณมากขึ้นเพื่อให้สามารถทำโยเกร์ติให้มาก และมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ต่อไป
จุดประสงค์
1. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์ ระหว่างการเลี้ยงด้วย นมวัวพาสเจอร์ไรต่างฉลากสินค้า
2. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์ โดยใช้นมวัวที่ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไร สเตอร์ริไร
3. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์กับระยะเวลาที่เหมาะสมในในการเจริญเติบโต
ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า
ขอบเขตประชากร เชื้อคีเฟอร์
ขอบเขตเนื้อหา การศึกษาการเจริญเติบโตของคีเฟอร์ที่ใช้ทำโยเกิร์ต
ตัวแปรที่เกี่ยวข้อง
การทดลองตอนที่ 1 เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์ที่ใช้ทำโยเกิร์ตระหว่างการ
เลี้ยงด้วยนมวัวที่ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรต่างฉลากสินค้า
ตัวแปรต้น เชื้อคีเฟอร์
ตัวแปรตาม การเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์
ตัวแปรควบคุม น้ำนม ควบคุมในเรื่องใช้นมพาสเจอร์ไรสลากสินค้าชนิดเดียวกัน ปริมาณ
น้ำนมที่ใช้เลี้ยง ภาชนะที่ใช้เลี้ยง ระยะเวลาที่ใช้เลี้ยง
การทดลองตอนที่ 2 เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์ ที่ใช้ทำโยเกิร์ต
โดยใช้นมวัวที่ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไร และนมวัวที่ผ่านกระบวนการสเตอร์ริไร
ตัวแปรต้น เชื้อคีเฟอร์
ตัวแปรตาม การเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์
ตัวแปรควบคุม น้ำนม ที่ใช้ทั้งนมพาสเจอร์ไรและสเตอร์ริไรเป็นสลากสินค้าชนิดเดียวกัน ปริมาณที่ใช้เลี้ยง ภาชนะที่ใช้เลี้ยง ระยะเวลาที่ใช้เลี้ยง
การทดลองตอนที่ 3 เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์กับระยะเวลาที่เหมาะสมในการหมักให้เป็นโยเกิร์ตพอกหน้าที่มีกลิ่นและรสที่พอเหมาะ
ตัวแปรต้น เชื้อคีเฟอร์
ตัวแปรตาม การเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์
ตัวแปรควบคุม น้ำนมที่ใช้เป็นน้ำนมประเภทพาสเจอร์ไรสลากสินค้าชนิดเดียวกัน ปริมาณที่ใช้เลี้ยง ภาชนะที่ใช้เลี้ยง
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. สามารถผลิตโยเกิร์ตที่ใช้สำหรับรับประทานและพอกหน้าไว้ใช้ในครัวเรือน
2. ได้ฝึกทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ และกระบวนการทำงานกลุ่ม
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ความหมายของโยเกิร์ต
โยเกิร์ตเป็นผลิตภัณฑ์นมซึ่งผ่านขบวนการหมัก ทำให้มีรสเปรี้ยวและมีลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลว ซึ่งมีต้นกำเนิดแถวเทือกเขาคอเคซัสของรัสเซีย ในโยเกิร์ตจะประกอบด้วยแบคทีเรียหลักๆ 2 ชนิดด้วยกันคือ Streptococcus thermophilus และ Lactobacillus bulgaricus ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้จะทำปฏิกิริยาเปลี่ยนนมให้เป็นโยเกริ์ต
ประโยชน์ของโยเกิร์ต
คุณค่าทางอาหารของโยเกิร์ตนั้นจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับปริมาณแบคทีเรียที่ยังมีชีวิตในโยเกิร์ตในขณะที่รับประทาน ดังนั้นขบวนการผลิต การบรรจุ การเก็บ ตลอดจนการขนส่ง ล้วนแล้วแต่มีผลต่อคุณภาพของโยเกิร์ต ถึงแม้ว่าจะไม่มีมาตรฐานที่แน่นอนในการกำหนดคุณภาพของโยเกิร์ต แต่โยเกิร์ตที่ดีควรมีแบคทีเรียที่ยังมีชีวิต 100 ถึง 1000 ล้านตัวต่อปริมาณโยเกิร์ต 1 มิลลิกรัม
กระเพาะอาหารจัดเป็นปราการสำคัญในการกำจัดเชื้อโรค เนื่องจากความเป็นกรดใรกระเพาะสามารถฆ่าแบคทีเรียหลายๆชนิดก่อนที่เชื้อโรคเหล่านี้จะผ่านไปยังลำไส้ แบคทีเรียในโยเกิร์ตก็เช่นเดียวกัน จะถูกทำลายไปจำนวนหนึ่งเมื่อผ่านไปที่กระเพาะอาหาร ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องรับประทานโยเกิร์ตในปริมาณที่มากพอ เพื่อให้แบคที่เรียที่มีประโยชน์เหล่านี้จำนวนหนึ่งเหลือรอดผ่านไปยังลำไส้ ได้ อย่างไรก็ตามในลำไส้เองก็มีแบคทีเรียมากมายหลายประเภทอาศัยอยู่ บางชนิดมีประโยชน์ต่อร่างกาย บางชนิดไม่มีประโยชน์ เมื่อเรารับประทานโยเกริ์ต แบคทีเรียที่อยู่ในโยเกิร์ตจัดเป็นสิ่งแปลกปลอมของร่างกาย แบคทีเรียเหล่านี้จึงไม่สามารถที่จะเกาะติดผนังลำไส้ได้ ดังนั้นจึงถูกขับออกจากลำไส้อย่างรวดเร็ว ในรูปของอุจจาระ
การรับประทานโยเกิร์ตให้ได้รับประโยชน์เต็มที่นั้นต้องรับประทานเป็นประจำและต้องเป็นปริมาณที่มากพอ เพื่อให้มีปริมาณแบคทีเรียในลำไส้ปริมาณหนึ่ง เนื่องจากแบคทีเรียในโยเกิร์ตจะถูกขับออกจากร่างกายในเวลาไม่นานนัก
โยเกิร์ตจัดเป็นผลิตภัณฑ์ประเภท probiotics ซึ่งหมายถึงอาหารที่ประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิตซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากสามารถปรับสมดุลของเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้ของผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ประเภท probiotics นอกจากโยเกิร์ตแล้ว ยังได้แก่ นมเปรี้ยว ผักดอง คีเฟอร์
|
สำหรับประโยชน์ของโยเกิร์ตทั่วๆไปมีคุณสมบัติย่อยง่าย เนื่องจากมีเอมไซน์ช่วยย่อยโปรตีนเคซีน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ย่อยยาก ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ง่ายขึ้น ลดปัญหาภูมิแพ้ต่อ น้ำตาลแลคโตสอีกทั้งยังสร้างภูมิคุ้มกันกลุ่มแบคทีเรียที่ดีที่อาศัยอยู่ภายในลำไส้ นอกจากนี้ยังเห็นผลในการบรรเทาอาการท้องเสียท้องเดิน เพราะจากการศึกษาวิจัยพบว่าผู้ป่วยเด็ก หายจากอาการท้องเสียเร็วขึ้น หลังจากได้รับประทานโยเกิร์ต ตลอดจนการช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจเนื่องจากจุลินทรีย์แลคโตบาซิลัส ช่วยควบคุมปริมาณโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้ อย่างไรก็ตามการรับประทานโยเกิร์ตยังสามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้อีกด้วย เพราะแลคโตบาซิลัสสามารถช่วยยับยั้งกลุ่มแบคทีเรียในลำไส้ที่สร้างสารไนเตรท ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งตัวหนึ่ง พร้อมกับช่วยเปลี่ยนสารฟลาโวนอยด์จากพืชให้เป็นสารต้านมะเร็งได้ ยังไม่นับกับกรรมวิธีดูแลผิวพรรณและเส้นผมอีกหลากหลายสูตรซึ่งมักจะนำโยเกิร์ตเข้าไปเป็นส่วนผสมสำคัญ
ขั้นตอนการผลิตโยเกิร์ต
การผลิตโยเกิร์ตจากเชื้อคีเฟอร์
1. นำบัวหิมะหรือคีเฟอร์มาใส่นมแค่พอท่วมปิดหมด ไม่ต้องใส่นมหมดกล่อง เพื่อให้เมล็ดบัวหิมะได้มีเวลาปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ และไม่บอบช้ำจนเกินไป
2. ทิ้งไว้1-2 วันหากระชอนกรองที่เป็นพลาสติก หรือกระชอนผ้า ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.5 นิ้ว เทนมที่เลี้ยงคีเฟอร์หรือบัวหิมะลงไป ร่อนเอาส่วนที่เป็นโยเกิร์ตลงในภาชนะที่สะอาด
3. ล้างคีเฟอร์ด้วยน้ำสะอาด โดยอาจใช้วิธีปล่อยน้ำไหลผ่าน หรือแกว่งในน้ำสะอาด จนกระทั่งสะอาด ซับน้ำออกให้แห้ง จึงนำไปใส่ภาชนะใหม่
4. เทนมใหม่ ใส่ต่อต่อไป
5. นำโยเกิร์ตที่ได้เก็บไว้ในตู้เย็น สามารถนำมารับประทาน หรือทาหน้าเพื่อให้ผิวหน้านุ่มได้
ทำโยเกิร์ตด้วยตัวเอง
นำนมสดรสจืด 1 ลิตร ต้มด้วยไฟปานกลาง (ในภาชนะที่ล้างสะอาดและเช็ดให้แห้ง) พอเดือดอ่อนๆ ทิ้งไว้จนนมลดอุณหภูมิลงเหลือประมาณ 40 องศาเซลเซียส เติมโยเกิร์ตรสธรรมชาติลงไป ประมาณ 1 ถ้วย คนให้เข้ากัน แล้วเทแบ่งใส่ภาชนะที่มีฝาปิด วางทิ้งไว้นอกตู้เย็น 1 คืน ลองชิมดู ถ้ายังไม่เปรี้ยว อาจทิ้งไว้อีกประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือจนได้รสที่ต้องการ จึงนำเข้าแช่ตู้เย็น เวลาจะกินใส่ผลไม้ หรือธัญพืชที่ชอบลงไป คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน โยเกิร์ตนี้เก็บไว้ในตู้เย็นได้ 2-3 วัน และเก็บไว้เป็นหัวเชื้อในครั้งต่อไปได้
บทที่ 3
วิธีดำเนินการทดลอง
อุปกรณ์
1. บีกเกอร์ขนาด 400 ml
2. กระชอนพลาสติก หรือกระชอนตักลูกน้ำ
3. กล่องพลาสติก
วัสดุ
1. เชื้อคีเฟอร์ 6 ช้อนโต๊ะ
2. นมวัวสลากสินค้าไทยเดนมาร์กชนิดพาสเจอร์ไรขนาด 250 มิลลิลิตร 2 กล่อง
3. นมวัวสลากสินค้าโฟร์โมสชนิดพาสเจอร์ไรขนาด 250 มิลลิลิตร 2 กล่อง
4. นมวัวสลากสินค้าไทยเดนมาร์กชนิดสเตอร์ริไรขนาด 250 มิลลิลิตร 2 ขวด
การทดลองตอนที่ 1 เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์ ที่เลี้ยงด้วยนมวัวพาสเจอร์ไรรสจืด ฉลากสินค้าไทยเดนมาร์ก โฟร์โมสต์
วิธีดำเนินการทดลอง
1. นำเชื้อคีเฟอร์ปริมาณ 1 ช้อนตวงเบอร์ใส่ลงในกระป๋องพลาสติกใส
2. เติมนมพาสเจอร์ไรรสจืดฉลากไทย-เดนมาร์กปริมาณ 200 ซีซี กระป๋องพลาสติกมีเชื้อคีเฟอร์
3. ปิดฝา เขียนฉลากรายละเอียดติดข้างกล่องหรือฝากล่อง ทิ้งไว้ 24 ชม.
4. เมื่อครบ 24 ชม. นำมากรองโดยใช้กระชอนพลาสติกหรือกระชอนผ้าแยกเนื้อครีมที่มีลักษณะข้นคล้ายโยเกิร์ตออกจากเชื้อคีเฟอร์ นำเชื้อคีเฟอร์ ไปล้างด้วยน้ำสะอาด
5. นำคีเฟอร์ซับเอาน้ำออก จากนั้นใส่ไว้ในกระป๋องพลาสติกที่สะอาดและเติมน้ำนมเลี้ยงใหม่
6. ทดลองซ้ำข้อ 1-6 โดยเปลี่ยนน้ำนมเป็นพาสเจอร์ไรรสจืดฉลากโฟร์มสต์
|
|
|
|
|
การทดลองตอนที่ 2 เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์ ที่เลี้ยงด้วยนมวัวรสจืด พาสเจอร์ไร สเตอริไร ฉลากโฟร์โมสต์
วิธีดำเนินการทดลอง
1. นำเชื้อคีเฟอร์ปริมาณ 1 ช้อนตวงเบอร์ 1 ใส่ลงในกระป๋องพลาสติกใส
2. เติมนมพาสเจอร์ไรรสจืดฉลากโฟร์โมสต์ปริมาณ 200 ซีซี กระป๋องพลาสติกมีเชื้อคีเฟอร์
3. ปิดฝา เขียนฉลากรายละเอียดติดข้างกล่องหรือฝากล่อง ทิ้งไว้ 24 ชม.
4. เมื่อครบ 24 ชม. นำมากรองโดยใช้กระชอนพลาสติกหรือกระชอนผ้าแยกเนื้อครีมที่มีลักษณะข้นคล้ายโยเกิร์ตออกจากเชื้อคีเฟอร์ นำเชื้อคีเฟอร์ ไปล้างด้วยน้ำสะอาด
5. นำคีเฟอร์ซับเอาน้ำออก จากนั้นใส่ไว้ในกระป๋องพลาสติกที่สะอาดและเติมน้ำนมเลี้ยงใหม่
6. ทดลองซ้ำข้อ 1-6 โดยเปลี่ยนน้ำนมเป็นสเตอร์ริไรรสจืดฉลากโฟร์มสต์
การทดลองตอนที่ 3 เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์ กับระยะเวลาที่เหมาะสม
วิธีดำเนินการทดลอง
1. นำเชื้อคีเฟอร์ปริมาณ 1 ช้อนตวงเบอร์ 1 ใส่ลงในกระป๋องพลาสติกใส
2. เติมนมพาสเจอร์ไรรสจืดฉลากไทยเดนมาร์ก ปริมาณ 200 ซีซี กระป๋องพลาสติกมีเชื้อคีเฟอร์
3. ปิดฝา เขียนฉลากรายละเอียดติดข้างกล่องหรือฝากล่อง ทิ้งไว้ 24 ชม.
4. เมื่อครบ 24 ชม. นำมากรองโดยใช้กระชอนพลาสติกหรือกระชอนผ้าแยกเนื้อครีมที่มีลักษณะข้นคล้ายโยเกิร์ตออกจากเชื้อคีเฟอร์ นำเชื้อคีเฟอร์ ไปล้างด้วยน้ำสะอาด
5. นำคีเฟอร์ซับเอาน้ำออก จากนั้นใส่ไว้ในกระป๋องพลาสติกที่สะอาดและเติมน้ำนมเลี้ยงใหม่
6. ทดลองซ้ำข้อ 1-6 โดยเปลี่ยนระยะเวลาจาก ทิ้งไว้ 24 ชม. มาเป็นทิ้งไว้ 36 ชม.
บทที่ 4
ผลการทดลอง
การจัดทำโครงงานเรื่องการศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของคีเฟอร์เพื่อใช้ทำโยเกิร์ต์ มีจุดประสงค์เพื่อ
1. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์ ระหว่างการเลี้ยงด้วยนมวัวพาสเจอร์ไร ต่างฉลากสินค้า
2. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์ โดยใช้นมวัวที่ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไร สเตอร์ริไร
3. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์กับระยะเวลาที่เหมาะสมในในการเจริญเติบโตปรากฏผลการทดลองดังนี้
ตาราง 1 การเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์ ระหว่างการเลี้ยงด้วยนมวัวพาสเจอร์ไร ต่างฉลากสินค้า
|
ว/ด/ป
|
ลักษณะของเชื้อคีเฟอร์ที่เลี้ยงด้วยนมพาสเจอร์ไร
|
|
นมไทยเดนมาร์ก
|
นมโฟร์โมสต์
|
|
18 ส.ค. 2551
|
มีปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย การเกาะกันเป็นเม็ดเล็กมีขนาดเท่ากับไข่ปลา สีขาว
|
มีปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย มีการเกาะกันเป็นเม็ดเล็กขนาดเท่ากับไข่ปลา สีขาว
|
|
25 ส.ค. 2551
|
มีปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขนาดการเกาะกันเป็นเม็ดเล็กเท่ากับไข่ปลา บางก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่าปลายนิ้วก้อย มีสีขาว
|
มีปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขนาดการเกาะกันเป็นเม็ดเล็กเท่ากับไข่ปลา บางก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่าปลายนิ้วก้อย มีสีขาว
|
|
31 ส.ค. 2551
|
มีปริมาณเพิ่มขึ้นเท่าตัว ขนาดการเกาะกันเป็นเม็ดเท่าเม็ดฝรั่งเป็นส่วนใหญ่ และมีขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย และขนาดเล็กๆเท่าไข่ปลาเล็กน้อย มีสีขาว
|
มีปริมาณเพิ่มขึ้นเท่าตัว ขนาดการเกาะกันเป็นเม็ดเท่าเม็ดฝรั่งเป็นส่วนใหญ่ และมีขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยและขนาดเล็กๆเท่าไข่ปลาเล็กน้อย มีสีขาว
|
สรุปจากตารางการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์ ระหว่างการเลี้ยงด้วยนมวัวพาสเจอร์ไร ฉลากสินค้าไทยเดนมาร์ก และโฟร์โมสต์ มีการเจริญเติบโต ไม่มีความแตกต่างกัน