ต้องการแจกหรือนัดรับบัวหิมะ คลิกที่นี่ ค่ะ 

สอบถามพูดคุยเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับบัวหิมะ(ห้องเก่า) คลิกที่นี่ค่ะ

 สอบถามพูดคุยเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับบัวหิมะ(ห้องใหม่) คลิกที่นี่ค่ะ

วิธีการเลี้ยงบัวหิมะ คลิกที่นี่ค่ะ

-------------------------------------------------------------------

 เนื่องจาก blog จำกัดการแสดงความคิดเห็นแต่ละ Entry ได้เพียง 1000 comment ทำให้ห้องเก่าจบที่หน้า 21 พอหน้า 22 จะเปิดไม่ได้เปิ้ลเลยขอเปิดห้องพูดคุยเพิ่มมาอีก Entry เพื่อให้เพื่อนๆสามารถพูดคุยกันต่อไปได้ค่ะ

 

 

โครงงานบัวหิมะน่าอ่าน

posted on 16 Sep 2009 14:23 by kefirthailand

 

ต้องการแจกหรือนัดรับบัวหิมะ คลิกที่นี่ ค่ะ 

สอบถามพูดคุยเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับบัวหิมะ คลิกที่นี่ค่ะ

วิธีการเลี้ยงบัวหิมะ คลิกที่นี่ค่ะ


___________________________________________

 

เรื่องราวของบัวหิมะน่าสนใจมาก เปิ้ลได้มาจาก http://www.krualisara.com/toy3.htm ขอนำมาใส่เป็นข้อมูลให้อ่านกันข้างล่างค่ะ

 

 

 

:: ปฎิบัติโครงงาน ::

การผลิตโยเกิร์ตจากเชื้อคีเฟอร์

บทที่ 1

บทนำ

ความสำคัญและความเป็นมา

          ปัจจุบันคนเราหันมาใส่ใจเรื่องของ สุขภาพ กันมากขึ้น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จึงเป็นสิ่งสำคัญของทุกคน โยเกิร์ต คือ 1 ในอาหารที่คนนิยมรับประทาน เนื่องจาก โยเกิร์ต เป็นอาหารที่ดีต่อ สุขภาพ แถมยังช่วยทำให้คนเราอายุยืนอีกด้วยโยเกิร์ตทำมาจากนมที่หมักโดยการเติมเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดี ที่จัดอยู่ในจำพวก "โพรไบโอติก" ซึ่งจะเปลี่ยนน้ำตาลนม(แลคโตส) เป็นกรดแลคติก นมจึงเปลี่ยนสภาพเป็นกึ่งเหลวกึ่งข้น มีรสเปรี้ยวคล้ายนมบูด   การกินโยเกิร์ตมีส่วนช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ชนิดดีให้ระบบลำไส้ได้

ยังไม่นับกับกรรมวิธีดูแลผิวพรรณและเส้นผมอีกหลากหลายสูตรซึ่งมักจะนำโยเกิร์ตเข้าไปเป็นส่วนผสมสำคัญ จากประโยชน์สารพัดอย่างของโยเกิร์ต  ผู้ที่เอาใจใส่ต่อสุขภาพก็มักจะมีโยเกิร์ตติดบ้านไว้เสมอ

ดังนั้นทางกลุ่มจึงคิดที่จะทำโยเกิร์ตเพื่อมีไว้ใช้ในบ้านโดยไม่สิ้นเปลืองเงิน   เพราะราคาโยเกิร์ตตามท้องตลาดในปัจจุบันอยู่ราวๆกระป๋องละ  12-15 บาท   ทางกลุ่มจึงศึกษาวิธีการทำโยเกิร์ตจากเอกสาร    หนังสือ  ตำรา   วารสาร  และอินเตอร์เน็ต  พอสรุปได้ว่าโยเกิร์ตสามารถทำขึ้นใช้เองได้  และทำได้หลายวิธี   แต่วิธีที่สะดวกและน่าสนใจวิธีหนึ่งคือการทำโยเกิร์ตจากเชื้อบัวหิมะธิเบต หรือ คีเฟอร์ ( Kefir )   ซึ่งเป็นพืชตระกูลเดียวกับ เห็ด และ ยีสต์     นมหรือโยเกิร์ตที่ได้จากการเพาะเลี้ยงบัวหิมะนี้   จะมีรสและกลิ่นเปรี้ยว ซึ่งไม่ใช่นมบูด แต่มีกระบวนการย่อยสลายเหมือนกับการบูดของอาหาร ต่างกันที่จุลินทรีย์ที่ใช้หมักบัวหิมะนี้ เป็นจุลินทรีย์ที่ดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย กินแล้วไม่ท้องเสีย  อีกทั้งยังสามารถนำมาพอกผิวหน้าทำให้ผิวนุ่มขึ้น   

ดังนั้นทางกลุ่มจึงคิดว่าควรศึกษาการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์ว่าจะมีการเจริญเติบโตได้ในสภาวะแบบใด  ทำอย่างไรจึงจะสามารถขยายให้มีปริมาณมากขึ้นเพื่อให้สามารถทำโยเกร์ติให้มาก   และมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ต่อไป

จุดประสงค์

1.       เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์  ระหว่างการเลี้ยงด้วย นมวัวพาสเจอร์ไรต่างฉลากสินค้า

2.       เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์  โดยใช้นมวัวที่ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไร  สเตอร์ริไร 

3.       เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์กับระยะเวลาที่เหมาะสมในในการเจริญเติบโต

ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า

ขอบเขตประชากร   เชื้อคีเฟอร์

ขอบเขตเนื้อหา     การศึกษาการเจริญเติบโตของคีเฟอร์ที่ใช้ทำโยเกิร์ต

 ตัวแปรที่เกี่ยวข้อง

การทดลองตอนที่ 1   เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์ที่ใช้ทำโยเกิร์ตระหว่างการ

เลี้ยงด้วยนมวัวที่ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรต่างฉลากสินค้า

ตัวแปรต้น            เชื้อคีเฟอร์

ตัวแปรตาม           การเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์

ตัวแปรควบคุม    น้ำนม   ควบคุมในเรื่องใช้นมพาสเจอร์ไรสลากสินค้าชนิดเดียวกัน  ปริมาณ

น้ำนมที่ใช้เลี้ยง   ภาชนะที่ใช้เลี้ยง   ระยะเวลาที่ใช้เลี้ยง

การทดลองตอนที่   2  เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์  ที่ใช้ทำโยเกิร์ต

โดยใช้นมวัวที่ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไร  และนมวัวที่ผ่านกระบวนการสเตอร์ริไร 

ตัวแปรต้น            เชื้อคีเฟอร์

ตัวแปรตาม           การเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์

ตัวแปรควบคุม    น้ำนม ที่ใช้ทั้งนมพาสเจอร์ไรและสเตอร์ริไรเป็นสลากสินค้าชนิดเดียวกัน  ปริมาณที่ใช้เลี้ยง   ภาชนะที่ใช้เลี้ยง   ระยะเวลาที่ใช้เลี้ยง

การทดลองตอนที่   3  เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์กับระยะเวลาที่เหมาะสมในการหมักให้เป็นโยเกิร์ตพอกหน้าที่มีกลิ่นและรสที่พอเหมาะ

ตัวแปรต้น            เชื้อคีเฟอร์

ตัวแปรตาม           การเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์

ตัวแปรควบคุม    น้ำนมที่ใช้เป็นน้ำนมประเภทพาสเจอร์ไรสลากสินค้าชนิดเดียวกัน  ปริมาณที่ใช้เลี้ยง   ภาชนะที่ใช้เลี้ยง    

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1.       สามารถผลิตโยเกิร์ตที่ใช้สำหรับรับประทานและพอกหน้าไว้ใช้ในครัวเรือน

2.    ได้ฝึกทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์   และกระบวนการทำงานกลุ่ม

 

 

บทที่ 2

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

 ความหมายของโยเกิร์ต

      โยเกิร์ตเป็นผลิตภัณฑ์นมซึ่งผ่านขบวนการหมัก  ทำให้มีรสเปรี้ยวและมีลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลว  ซึ่งมีต้นกำเนิดแถวเทือกเขาคอเคซัสของรัสเซีย   ในโยเกิร์ตจะประกอบด้วยแบคทีเรียหลักๆ 2 ชนิดด้วยกันคือ Streptococcus thermophilus และ Lactobacillus bulgaricus ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้จะทำปฏิกิริยาเปลี่ยนนมให้เป็นโยเกริ์ต  

ประโยชน์ของโยเกิร์ต

      คุณค่าทางอาหารของโยเกิร์ตนั้นจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับปริมาณแบคทีเรียที่ยังมีชีวิตในโยเกิร์ตในขณะที่รับประทาน  ดังนั้นขบวนการผลิต การบรรจุ การเก็บ  ตลอดจนการขนส่ง ล้วนแล้วแต่มีผลต่อคุณภาพของโยเกิร์ต  ถึงแม้ว่าจะไม่มีมาตรฐานที่แน่นอนในการกำหนดคุณภาพของโยเกิร์ต แต่โยเกิร์ตที่ดีควรมีแบคทีเรียที่ยังมีชีวิต 100 ถึง 1000 ล้านตัวต่อปริมาณโยเกิร์ต 1 มิลลิกรัม

                กระเพาะอาหารจัดเป็นปราการสำคัญในการกำจัดเชื้อโรค เนื่องจากความเป็นกรดใรกระเพาะสามารถฆ่าแบคทีเรียหลายๆชนิดก่อนที่เชื้อโรคเหล่านี้จะผ่านไปยังลำไส้  แบคทีเรียในโยเกิร์ตก็เช่นเดียวกัน จะถูกทำลายไปจำนวนหนึ่งเมื่อผ่านไปที่กระเพาะอาหาร ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องรับประทานโยเกิร์ตในปริมาณที่มากพอ เพื่อให้แบคที่เรียที่มีประโยชน์เหล่านี้จำนวนหนึ่งเหลือรอดผ่านไปยังลำไส้ ได้  อย่างไรก็ตามในลำไส้เองก็มีแบคทีเรียมากมายหลายประเภทอาศัยอยู่ บางชนิดมีประโยชน์ต่อร่างกาย บางชนิดไม่มีประโยชน์   เมื่อเรารับประทานโยเกริ์ต แบคทีเรียที่อยู่ในโยเกิร์ตจัดเป็นสิ่งแปลกปลอมของร่างกาย แบคทีเรียเหล่านี้จึงไม่สามารถที่จะเกาะติดผนังลำไส้ได้ ดังนั้นจึงถูกขับออกจากลำไส้อย่างรวดเร็ว ในรูปของอุจจาระ

                การรับประทานโยเกิร์ตให้ได้รับประโยชน์เต็มที่นั้นต้องรับประทานเป็นประจำและต้องเป็นปริมาณที่มากพอ เพื่อให้มีปริมาณแบคทีเรียในลำไส้ปริมาณหนึ่ง  เนื่องจากแบคทีเรียในโยเกิร์ตจะถูกขับออกจากร่างกายในเวลาไม่นานนัก

                โยเกิร์ตจัดเป็นผลิตภัณฑ์ประเภท probiotics ซึ่งหมายถึงอาหารที่ประกอบด้วยจุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิตซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย  เนื่องจากสามารถปรับสมดุลของเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้ของผู้บริโภค    ผลิตภัณฑ์ประเภท probiotics นอกจากโยเกิร์ตแล้ว ยังได้แก่ นมเปรี้ยว ผักดอง  คีเฟอร์               

                  สำหรับประโยชน์ของโยเกิร์ตทั่วๆไปมีคุณสมบัติย่อยง่าย เนื่องจากมีเอมไซน์ช่วยย่อยโปรตีนเคซีน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ย่อยยาก ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ง่ายขึ้น ลดปัญหาภูมิแพ้ต่อ น้ำตาลแลคโตสอีกทั้งยังสร้างภูมิคุ้มกันกลุ่มแบคทีเรียที่ดีที่อาศัยอยู่ภายในลำไส้ นอกจากนี้ยังเห็นผลในการบรรเทาอาการท้องเสียท้องเดิน เพราะจากการศึกษาวิจัยพบว่าผู้ป่วยเด็ก หายจากอาการท้องเสียเร็วขึ้น หลังจากได้รับประทานโยเกิร์ต ตลอดจนการช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจเนื่องจากจุลินทรีย์แลคโตบาซิลัส ช่วยควบคุมปริมาณโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้ อย่างไรก็ตามการรับประทานโยเกิร์ตยังสามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้อีกด้วย เพราะแลคโตบาซิลัสสามารถช่วยยับยั้งกลุ่มแบคทีเรียในลำไส้ที่สร้างสารไนเตรท ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งตัวหนึ่ง พร้อมกับช่วยเปลี่ยนสารฟลาโวนอยด์จากพืชให้เป็นสารต้านมะเร็งได้ ยังไม่นับกับกรรมวิธีดูแลผิวพรรณและเส้นผมอีกหลากหลายสูตรซึ่งมักจะนำโยเกิร์ตเข้าไปเป็นส่วนผสมสำคัญ

 

ขั้นตอนการผลิตโยเกิร์ต

                   การผลิตโยเกิร์ตจากเชื้อคีเฟอร์

                            1. นำบัวหิมะหรือคีเฟอร์มาใส่นมแค่พอท่วมปิดหมด ไม่ต้องใส่นมหมดกล่อง เพื่อให้เมล็ดบัวหิมะได้มีเวลาปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ และไม่บอบช้ำจนเกินไป

                            2.  ทิ้งไว้1-2  วันหากระชอนกรองที่เป็นพลาสติก     หรือกระชอนผ้า   ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.5 นิ้ว   เทนมที่เลี้ยงคีเฟอร์หรือบัวหิมะลงไป  ร่อนเอาส่วนที่เป็นโยเกิร์ตลงในภาชนะที่สะอาด

                            3.  ล้างคีเฟอร์ด้วยน้ำสะอาด   โดยอาจใช้วิธีปล่อยน้ำไหลผ่าน   หรือแกว่งในน้ำสะอาด   จนกระทั่งสะอาด   ซับน้ำออกให้แห้ง  จึงนำไปใส่ภาชนะใหม่
                            4.  เทนมใหม่ ใส่ต่อต่อไป

                            5.   นำโยเกิร์ตที่ได้เก็บไว้ในตู้เย็น  สามารถนำมารับประทาน  หรือทาหน้าเพื่อให้ผิวหน้านุ่มได้

ทำโยเกิร์ตด้วยตัวเอง
                            นำนมสดรสจืด 1 ลิตร ต้มด้วยไฟปานกลาง (ในภาชนะที่ล้างสะอาดและเช็ดให้แห้ง) พอเดือดอ่อนๆ ทิ้งไว้จนนมลดอุณหภูมิลงเหลือประมาณ 40 องศาเซลเซียส เติมโยเกิร์ตรสธรรมชาติลงไป ประมาณ 1 ถ้วย คนให้เข้ากัน แล้วเทแบ่งใส่ภาชนะที่มีฝาปิด วางทิ้งไว้นอกตู้เย็น 1 คืน ลองชิมดู ถ้ายังไม่เปรี้ยว อาจทิ้งไว้อีกประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือจนได้รสที่ต้องการ จึงนำเข้าแช่ตู้เย็น เวลาจะกินใส่ผลไม้ หรือธัญพืชที่ชอบลงไป คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน โยเกิร์ตนี้เก็บไว้ในตู้เย็นได้ 2-3 วัน และเก็บไว้เป็นหัวเชื้อในครั้งต่อไปได้

  

บทที่  3

วิธีดำเนินการทดลอง

อุปกรณ์

                 1. บีกเกอร์ขนาด   400   ml

                 2. กระชอนพลาสติก   หรือกระชอนตักลูกน้ำ

                 3. กล่องพลาสติก

วัสดุ  

                 1. เชื้อคีเฟอร์           6   ช้อนโต๊ะ

                 2. นมวัวสลากสินค้าไทยเดนมาร์กชนิดพาสเจอร์ไรขนาด   250  มิลลิลิตร    2  กล่อง

                 3. นมวัวสลากสินค้าโฟร์โมสชนิดพาสเจอร์ไรขนาด   250  มิลลิลิตร    2  กล่อง

           4. นมวัวสลากสินค้าไทยเดนมาร์กชนิดสเตอร์ริไรขนาด   250  มิลลิลิตร      2  ขวด

 

การทดลองตอนที่ 1   เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์  ที่เลี้ยงด้วยนมวัวพาสเจอร์ไรรสจืด  ฉลากสินค้าไทยเดนมาร์ก  โฟร์โมสต์

                วิธีดำเนินการทดลอง

                   1.  นำเชื้อคีเฟอร์ปริมาณ  1  ช้อนตวงเบอร์ใส่ลงในกระป๋องพลาสติกใส

                   2.  เติมนมพาสเจอร์ไรรสจืดฉลากไทย-เดนมาร์กปริมาณ  200  ซีซี  กระป๋องพลาสติกมีเชื้อคีเฟอร์

                   3.  ปิดฝา  เขียนฉลากรายละเอียดติดข้างกล่องหรือฝากล่อง   ทิ้งไว้  24   ชม.

                   4.  เมื่อครบ  24   ชม.  นำมากรองโดยใช้กระชอนพลาสติกหรือกระชอนผ้าแยกเนื้อครีมที่มีลักษณะข้นคล้ายโยเกิร์ตออกจากเชื้อคีเฟอร์ นำเชื้อคีเฟอร์ ไปล้างด้วยน้ำสะอาด

                   5. นำคีเฟอร์ซับเอาน้ำออก  จากนั้นใส่ไว้ในกระป๋องพลาสติกที่สะอาดและเติมน้ำนมเลี้ยงใหม่

                   6. ทดลองซ้ำข้อ 1-6   โดยเปลี่ยนน้ำนมเป็นพาสเจอร์ไรรสจืดฉลากโฟร์มสต์

 

 

การทดลองตอนที่ 2   เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์  ที่เลี้ยงด้วยนมวัวรสจืด  พาสเจอร์ไร  สเตอริไร  ฉลากโฟร์โมสต์   

วิธีดำเนินการทดลอง

                   1.  นำเชื้อคีเฟอร์ปริมาณ  1  ช้อนตวงเบอร์ 1  ใส่ลงในกระป๋องพลาสติกใส

                   2.  เติมนมพาสเจอร์ไรรสจืดฉลากโฟร์โมสต์ปริมาณ  200  ซีซี  กระป๋องพลาสติกมีเชื้อคีเฟอร์

                   3.  ปิดฝา  เขียนฉลากรายละเอียดติดข้างกล่องหรือฝากล่อง   ทิ้งไว้  24   ชม.

                   4.  เมื่อครบ  24   ชม.  นำมากรองโดยใช้กระชอนพลาสติกหรือกระชอนผ้าแยกเนื้อครีมที่มีลักษณะข้นคล้ายโยเกิร์ตออกจากเชื้อคีเฟอร์ นำเชื้อคีเฟอร์ ไปล้างด้วยน้ำสะอาด

                   5. นำคีเฟอร์ซับเอาน้ำออก  จากนั้นใส่ไว้ในกระป๋องพลาสติกที่สะอาดและเติมน้ำนมเลี้ยงใหม่

                   6. ทดลองซ้ำข้อ 1-6   โดยเปลี่ยนน้ำนมเป็นสเตอร์ริไรรสจืดฉลากโฟร์มสต์

 

การทดลองตอนที่ 3   เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์  กับระยะเวลาที่เหมาะสม 

วิธีดำเนินการทดลอง

                  1.  นำเชื้อคีเฟอร์ปริมาณ  1  ช้อนตวงเบอร์ 1  ใส่ลงในกระป๋องพลาสติกใส

                   2.  เติมนมพาสเจอร์ไรรสจืดฉลากไทยเดนมาร์ก ปริมาณ  200  ซีซี  กระป๋องพลาสติกมีเชื้อคีเฟอร์

                   3.  ปิดฝา  เขียนฉลากรายละเอียดติดข้างกล่องหรือฝากล่อง   ทิ้งไว้  24   ชม.

                   4.  เมื่อครบ  24   ชม.  นำมากรองโดยใช้กระชอนพลาสติกหรือกระชอนผ้าแยกเนื้อครีมที่มีลักษณะข้นคล้ายโยเกิร์ตออกจากเชื้อคีเฟอร์ นำเชื้อคีเฟอร์ ไปล้างด้วยน้ำสะอาด

                   5. นำคีเฟอร์ซับเอาน้ำออก  จากนั้นใส่ไว้ในกระป๋องพลาสติกที่สะอาดและเติมน้ำนมเลี้ยงใหม่

                   6. ทดลองซ้ำข้อ 1-6   โดยเปลี่ยนระยะเวลาจาก ทิ้งไว้  24  ชม.  มาเป็นทิ้งไว้   36  ชม.

บทที่  4

ผลการทดลอง

                      การจัดทำโครงงานเรื่องการศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของคีเฟอร์เพื่อใช้ทำโยเกิร์ต์   มีจุดประสงค์เพื่อ

1.       เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์  ระหว่างการเลี้ยงด้วยนมวัวพาสเจอร์ไร ต่างฉลากสินค้า

2.       เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์  โดยใช้นมวัวที่ผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไร  สเตอร์ริไร 

3.       เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์กับระยะเวลาที่เหมาะสมในในการเจริญเติบโตปรากฏผลการทดลองดังนี้ 

ตาราง 1    การเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์  ระหว่างการเลี้ยงด้วยนมวัวพาสเจอร์ไร  ต่างฉลากสินค้า

ว/ด/ป

ลักษณะของเชื้อคีเฟอร์ที่เลี้ยงด้วยนมพาสเจอร์ไร

นมไทยเดนมาร์ก

นมโฟร์โมสต์

18  ส.ค.  2551

มีปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย   การเกาะกันเป็นเม็ดเล็กมีขนาดเท่ากับไข่ปลา  สีขาว

มีปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย   มีการเกาะกันเป็นเม็ดเล็กขนาดเท่ากับไข่ปลา       สีขาว

25  ส.ค.  2551

มีปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย   ขนาดการเกาะกันเป็นเม็ดเล็กเท่ากับไข่ปลา  บางก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่าปลายนิ้วก้อย    มีสีขาว

มีปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย   ขนาดการเกาะกันเป็นเม็ดเล็กเท่ากับไข่ปลา  บางก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่าปลายนิ้วก้อย    มีสีขาว

31  ส.ค.  2551

มีปริมาณเพิ่มขึ้นเท่าตัว   ขนาดการเกาะกันเป็นเม็ดเท่าเม็ดฝรั่งเป็นส่วนใหญ่  และมีขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย  และขนาดเล็กๆเท่าไข่ปลาเล็กน้อย    มีสีขาว

มีปริมาณเพิ่มขึ้นเท่าตัว   ขนาดการเกาะกันเป็นเม็ดเท่าเม็ดฝรั่งเป็นส่วนใหญ่  และมีขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยและขนาดเล็กๆเท่าไข่ปลาเล็กน้อย    มีสีขาว

                      สรุปจากตารางการเจริญเติบโตของเชื้อคีเฟอร์  ระหว่างการเลี้ยงด้วยนมวัวพาสเจอร์ไร  ฉลากสินค้าไทยเดนมาร์ก  และโฟร์โมสต์  มีการเจริญเติบโต  ไม่มีความแตกต่างกัน 

 

 

 

ต้องการแจกหรือนัดรับบัวหิมะ คลิกที่นี่ ค่ะ 

สอบถามพูดคุยเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับบัวหิมะ คลิกที่นี่ค่ะ

วิธีการเลี้ยงบัวหิมะ คลิกที่นี่ค่ะ

___________________________________________

 

 

 

 

 

 

Raw Probiotic Drink with Kefir and Fresh Strawberry Mercola